2011-09-07

รื่นรมย์ในมุมกลับ


ในคืนวัน...เราเก็บรายละเอียดและอ่อนโยนกับสรรพสิ่งแวดล้อมแค่ไหน
เรามองเห็นรุ้งกินน้ำ เห็นเมฆฝนโปรยปรายบ่อยครั้งแค่ไหน
เราหลงลืมบทเพลงอันไพเราะกันหรือไม่
ในโลกของสังคมมนุษย์เราข้ามผ่านความสวยงามของชีวิตไปมากน้อยแค่ไหน
เราเร่งรีบที่ทำ เร่งรีบที่จะให้ทุกอย่างจบลง โดยขาดที่จะใส่ใจกับความงดงามเล็กน้อย บางอย่างเสร็จสมบูรณ์อย่างเร่งรีบ มักไม่เคยมีอะไรให้เราสุขใจอย่างประทับใจ
ในวันเวลาที่ไม่เร่งร้อน หลุดพ้นเวลาแห่งความเร่งรีบชีวิตจึงมีจังหวะเวลาที่ได้หยุดมองและเฝ้าดู

มีคนกล่าวว่า ...การได้เห็นมักไม่สำคัญเท่ากับการเฝ้ามอง
หากเพียงเพราะการมองคือการได้สัมผัสและรับรู้จากภายในใจของเราเอง บางอย่างที่เราเห็นก็ไม่อาจทำให้เราสัมผัสรู้ได้ มันมีรายละเอียดเล็กน้อยจริง หากไม่สังเกตก็ไม่หยั่งรู้ได้เช่นกัน

โลกปัจจุบันได้ทำลายวันเวลาดีๆ ไปมากมาย อย่างที่เราเองไม่อาจรู้ตัว เราขาดรายละเอียดของชีวิตไปจนไม่อาจเรียกคืน สิ่งที่แวดล้อมในวิถีชีวิตใหม่ๆ เปลี่ยนใจคนให้เร่งรีบตาม จนไม่อาจหยุดใส่ใจในความมีชีวิตของตัวเอง

โลกและมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยน แต่มนุษย์กลับสร้างขึ้นเองและหลอมจิตให้เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะด้วยวัตถุ เงินตรา หรือแม้กระทั่งจังหวะก้าวเดินของมนุษย์เอง แล้วมันก็เป็นไปได้จริงๆ
สิ่งที่ท้าทายจะยืนอย่างรื่นรมย์เช่นไรในโลกที่วุ่นวาย เร่งรีบอย่างไร้เหตุผล นิ่งเสียจนมึนงง

แต่สิ่งเดียวเท่านั้นจริงๆ ที่ทำให้โลกมันสวยงามคือ ความหวังและความฝัน เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ชีวิตเป็นชีวิตและรื่นรมย์อย่างที่สุด แม้ว่าฝันนั้นและหวังนั้นอยู่ไกลเกินเอื้อม...
ยินดีกับมันเถอะ ฝันดีๆ จะทำให้อะไรๆ ดีขึ้นเอง
คนช่างฝัน (อย่างที่จอห์น เลนนอน เคยพรรณนาไว้ในบทเพลงของเขา Imagine)

2011-02-01

สิ่งที่เป็นอยู่และความเปลี่ยนแปลง

















มนุษย์ได้ลดทอนศักยภาพของธรรมชาติในการจัดการกับสภาพอากาศรุนแรงหลายๆ ด้าน...ที่ดินที่เข้าถึงได้ทั้งหมดของโลกราวร้อยละ 59 ได้เสื่อมสภาพไปแล้ว น้ำจืดครึ่งหนึ่งของโลกต่างเกี่ยวุข้องกับการอุปโภคของมนุษย์ พื้นที่ชุ่มน้ำราวครึ่งหนึ่งของโลกถูกผันน้ำออกหรือไม่ก็ถูกเปลี่ยนสภาพ แนวปะการังหนึ่งในห้าของโลกถูกทำลาย ส่วนที่เหลืออยู่ก็เสียหายไปมาก
สรุปว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีคุณลักษณะชอบทำลายตัวเอง ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นมาตลอดเวลาแล้วว่า ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจะสร้างความสูญเสีย หรือไม่ก็ทำลายอารยธรรมล่มสลาย...จากหนังสือ The winds of change

2011-01-24

ความเสียงจากปัจจัยต่างๆ ต่อผลกระทบพื้นที่ชายฝั่งบริเวณอ่าวไทย

















ความเสี่ยงจากปัจจัยทางกายภาพและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งบริเวณอ่าวไทย

ลักษณะทางกายภาพ
ในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงระดับทางดิ่งของพื้นที่ราบชายฝั่งที่เทียบในเชิงสัมพัทธ์กับระดับของผิวหน้าทะเลซึ่งจะเป็นปัจจัยคุกคามที่สำคัญของพื้นที่จะขึ้นกับทั้งปัจจัยทางสมุทรศาสตร์และธรณีวิทยา แต่ปัจจัยเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงในอัตราที่ช้ากว่า
• ระดับทะเลทั้งระดับทะเลปานกลางและความแปรปรวนของระดับทะเลตามฤดูกาลหรือการเปลี่ยนแปลงระยะสั้นเนื่องจากปัจจัยทางภูมิอากาศ
• ระดับของชั้นตะกอนตื้นและปัจจัยทางธรณีวิทยา อุทกวิทยา สมุทรศาสตร์และนิเวศวิทยาที่กำหนดเสถียรภาพและสมดุลย์ของแรงที่กระทำต่อชั้นตะกอน
• ระดับของชั้นทรายและปัจจัยทางอุทกธรณีของชั้นน้ำบาดาล
• ระดับของชั้นหินเปลือกโลกและกระบวนการทางธรณีฟิสิกส์และเทคโทนิคที่เกี่ยวข้อง

ปัจจัยทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ทางดิ่งในระยะยาวได้แก่การทรุดตัวของชั้นทรายแข็ง ซึ่งในปัจจุบันใช้เป็นฐานรากของอาคารและสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เกือบทั้งหมด โดยปัจจัยที่เป็นตัวควบคุมอัตราการทรุดตัวของชั้นทรายที่สำคัญได้แก่การใช้น้ำบาดาลจากชั้นน้ำที่มีความลึกมากกว่า 50 เมตร (โดยประมาณ) เป็นต้นไป

การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกซึ่งเป็นชั้นหินแข็งที่รองรับพื้นที่อยู่ด้านล่าง โดยเปลือกโลกนี้จะมีความสัมพันธ์กับประบวนการทางธรณีฟิสิกส์ในระดับภูมิภาค

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตเป็นปัญหาที่มีสาเหตุพื้นฐานมาจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพในภาพกว้าง แต่การพัฒนาต่างๆ ก็มีส่วนเสริมให้ความเสี่ยงและความเปราะบางเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งวาระเหล่านี้เป็นวาระที่เกิดขึ้นจริง การดำเนินการเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้จึงต้องเป็นการดำเนินการในระดับมหภาค ซึ่งอาจจะเทียบได้กับการตัดสินใจและดำเนินการเพื่อตั้งกรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง

การใช้ที่ดิน สาเหตุของการสูญเสียที่ดินตามแนวชายฝั่งอ่าวไทยด้านใต้ของกรุงเทพฯ เกิดจากการทวีความรุนแรงของคลื่นกัดเซาะอันเกิดจากกาเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ดินชายฝั่งจากพื้นที่ป่าโกงกางอันหนาแน่นอุดมสมบูรณ์เป็นนากุ้ง
สาเหตุของการกัดเซาะชายฝั่ง ชายฝั่งทะเลจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในรูปของการกัดเซาะ และการตกตะกอน อันเนื่องมาจากการ เคลื่อนตัวของตะกอน ณ จุดหนึ่ง ๆ บนชายฝั่ง หากตะกอนเคลื่อนตัวเข้าน้อยกว่าออก จะทำให้เกิดการกัดเซาะ
การสร้างถนน ทางรถไฟ บ้านเรือน และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ขนานกับชายฝั่งก็เป็นสาเหตุทําให้ตะกอนบนบกไม่สามารถเคลื่อนตัวลงสู่ชายหาดได้ และทําให้ปริมาณรวมของตะกอนชายหาดลดลง ตะกอนที่มีอยู่เดิมถูกพัดพาไปทางท้ายน้ำ นอกจากนี้ การขุดกะซ้าหอยออกจากชายหาดเพื่อการค้า (ใช้ประดับตู้ปลาสวยงาม)ที่บ้านบางแก้ว จังหวัดเพชรบุรี ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทําให้มวลรวมของตะกอนชายหาดลดลง
สาเหตุเกิดจากการสร้างเขื่อนสำคัญ ได้แก่ เขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพล หลัง 40 ปีที่ผ่านมาพบการงอกของแผ่นดินปลายแม่น้ำเหลือ 4.5 เมตรต่อปี จากเดิมที่มีการงอก 60 เมตรต่อปี (สภาพพื้นที่อ่าวไทยตอนบนมีแม่น้ำสำคัญ 4 สาย ลงสู่ทะเล ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง บางปะกง เจ้าพระยา และท่าจีน) นอกจากนี้ยังมีปัญหาแผ่นดินทรุด มีสาเหตุมาจากการใช้น้ำบาดาล เป็นผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกว่าแผ่นดิน ที่เรียกว่าระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ เป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง

สภาพอากาศ ความแปรปรวนของสภาพอากาศจะสามารถถูกฟื้นฟูด้วยตะกอนที่จะไหลมาชดเชยตามธรรมชาติในระยะยาว แต่เนื่องจากสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจึงทำให้การชดเชยดังกล่าวไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่องอย่างที่ควรจะเป็นและอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งอย่างถาวร

ลมมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้นจะทำให้ระดับน้ำบริเวณชายฝั่งมีความแปรปรวนตามฤดูกาลเพิ่มมากขึ้นกว่าการเพิ่มของระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเนื่องมาจากปริมาตรน้ำในมหาสมุทรโลก ดังนั้นผลกระทบจากระดับน้ำทะเลในช่วงที่ลมมรสุมพัดเข้าหาชายฝั่งจึงจะมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่งและการรุกของน้ำเค็มเข้าไปในแหล่งน้ำจืดบริเวณชายฝั่ง

มองชีวิตผ่านเวลา













เราจะถกเถียงกันไปทำไมกับชีวิต ในเมื่อชีวิตมันมีวันเวลาของมัน ผ่านอายุของเรา ...ผ่านไปแล้วก็จบลง
โลกทีล้อมรอบชีวิต ล้วนบอกเรื่องราวของเราด้วยธรรมชาติของความเป็นจริง เพียงแต่เราจะใส่ใจที่จะเฝ้ามองและเรียนรู้หรือไม่

สิบปี...ผ่านไปอีกสิบปี จนกระทั่งบั้นปลาย นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่าชีวิต เพราะห้วงสุดท้ายเช่นนี้เราจะรู้จักชีวิตได้ดีที่สุด

วันนี้เราอาจจะมีชีวิตอยู่อย่างผ่านเลย ...และว่างเปล่า หรือบางคนอาจจะมีชีวิตอย่างไร้คำถาม
แต่ท้ายที่สุด..ความสุขที่แท้จริงก็คือชีวิตที่ล้วนเป็นเหมือนกันหมด
อย่ามีคำถามกับตัวเองในห้วงสุดท้าย เพราะทุกอย่างเราล้วนกระทำมันขึ้นมา ด้วยความเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม
ความสุขแห่งนัยยะที่ว่า ...ทำให้คนอื่นมีความสุขและเราก็มีความสุขที่จะทำ แค่นี้เพียงพอกับชีวิต ทั้งชีวิตที่มีอยู่และจากไป

2011-01-23

บทสรุปปัญหาใหญ่ที่ใกล้เมือง



บทสรุป น้ำท่วม น้ำทะเลหนุน พื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยและกรุงเทพฯ
ปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมประกอบด้วย 4 ปัจจัยคือ
1.ปริมาณฝนที่ตกลงมา ขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 5-10% ต่อปี
2.การทรุดตัวของแผ่นดิน ซึ่งในอดีตแผ่นดินกรุงเทพฯ จะทรุดตัวต่ำลงประมาณปีละ 100 มม.แต่ในปัจจุบันหลังมีมาตรการห้ามขุดเจาะน้ำบาดาล อัตราการทรุดตัวเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ10-20 มม.
3.ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีอัตราน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ยปีละประมาณ 3 มม.
4.ผังเมืองและความแออัดของชุมชนเมือง ทำให้พื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ชุ่มน้ำของกรุงเทพฯ ลดลงกว่า 50% เมื่อมีน้ำเหนือไหลมาหรือมีปริมาณฝนมากขึ้นจึงไม่มีพื้นที่รองรับน้ำ

การจมตัวทางดิ่งสุทธิของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในปัจจุบันอาจจะสูงถึง 20-40 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งถ้าตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงในระดับหนึ่ง พื้นที่ราบลุ่มน้ำภาคกลางตอนล่างติดชายฝั่งอ่าวไทยซึ่งมีระดับความสูงเฉลี่ยน้อยกว่า 2 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ก็จะเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 50 ปี ก่อนที่พื้นที่เหล่านี้จะจมท่วมอย่างถาวร

“ธนาคารโลกเคยนำเสนอปัญหาดัง กล่าวต่อรัฐบาลไทยแล้ว เพราะที่ประชุมคณะกรรมการภูมิศาสตร์โลกมองว่ามีความเสี่ยงสูง แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือ ความนิ่งเฉยของรัฐบาลไทย ทั้งนี้ เราไม่สามารถรู้ได้ว่าน้ำจะท่วมเมื่อใด แต่หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงคาดว่าระดับน้ำที่ท่วมจะสูงถึง 1-2.5 เมตร สูงต่ำตามระดับพื้นดิน โดยจะรุนแรงมากในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ฝั่งธนบุรี เขตคลองเตยจนถึงบางแค สำหรับฝั่งพระนครจะท่วมถึงบริเวณสวนหลวง ร.9 เพราะฉะนั้นประชาชนชาวกรุงเทพฯ ควรเรียกร้องให้รัฐบาลและเขตการปกครองท้องถิ่นตระหนักถึงปัญหาตรงจุดนี้ เพื่อเร่งสร้างคันกั้นน้ำให้เร็วที่สุดเพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี หากเราลงมือทำกันจริงๆ วันนี้ก็ยังแก้ปัญหาทันอยู่ เพียงแต่เรายังไม่เริ่มเท่านั้น”

ผลการศึกษาโครงการวิจัยร่วม ไทย-ยุโรป เรื่องการเคลื่อนตัวของแผ่นดินและระดับน้ำทะเล ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม พบว่าพื้นที่เขตบางขุนเทียนและจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก และจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพมหานคร ถูกระบุว่าจะเกิดการทรุดตัวของชั้นดินมากถึง 15 มิลลิเมตรต่อปี

นอกจากนี้ผลศึกษายังพบว่า มีการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเฉลี่ยในอ่าวไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกประมาณ 2 เท่า โดยบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันตก เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3 มิลลิเมตรต่อปี และตอนเหนือของอ่าวไทยใกล้กรุงเทพมหานคร มีน้ำสูงขึ้นเฉลี่ย 4 มิลลิเมตรต่อปี รวมถึงการลดระดับลงอย่างรวดเร็วของแผ่นเปลือกโลกในอัตรา 10 มิลลิเมตรต่อปี

หนึ่งปี...NGOs Thailand

Ngos Thailand พื้นที่ข่าวสารเล็กๆ ด้วยการนำเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม กระแสข่าวของเอ็นจีโอมาเผยแพร่ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่อาสาอยากทำ เราตั้งชื่อและออกแบบโลโก้กันเอง ทุกอย่างในการทำงานก็เท่าที่จะทำได้

เมื่อเราทำเวปนี้ เราก็ได้เรียนรู้ว่า ...เราอาจจะมองโลกง่ายเกินไป มองอะไรที่ดีเกินไป (ซึ่งการมองโลกแง่ดีมันเป็นสิ่งที่ดีและเป็นแรงผลักดันให้เราอยากทำอะไรดีๆ) เพราะเราพบว่าไม่มีใครส่งข่าวมาให้เราลงมีน้อยมาก มีแค่คนสองคนเท่านั้น ซึ่งเอ็นจีโอมีมากอยู่เหมือนกัน อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งๆที่เราตั้งใจเปิดเป็นพื้นที่ข่าวสารให้กับเอ็นจีโอพี่ๆน้อง ซึ่งไม่เป็นไร เราก็หาข่าวจากที่อื่นมาลงแทน

หนึ่งปีผ่านไป เราพบว่าพื้นที่ข่าวที่เราเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากันบ้าง มีหลายคนเหมือนกันที่ส่งข่าวร้องเรียนมาหา ส่งเมล์มาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรต่างๆ สอบถามประเด็นสิ่งแวดล้อม ซึ่งองค์กรไหนที่เกี่ยวข้อง เราก็จะส่งต่อไปยังองค์กรนั้นๆ มีคนเข้ามาถามเหมือนกันว่าได้รับทุนจากไหน จริงๆแล้ว เริ่มต้นก็ได้รับการสนับสนุนจากรุ่นพี่ (Local Action Network) ในการเริ่มต้น ต่อจากนั้นเราทำด้วยเงินส่วนตัว (เวปก็เลยเรียบง่ายและประหยัดสุด)

ไม่ว่าจะอย่างไร เนื้อที่ข่าวสารนี้ก็จะดำเนินต่อไป ในบริบทของสิ่งเราอยากให้เป็น...พื้นที่เล็กๆ สำหรับข่าวสารสิ่งแวดล้อม

วันนี้ยังมีคำถามต่อว่า...เราจะทำไปเพื่ออะไร จะเสียเวลา เสียเงินกับการทำงานแบบนี้ คำพูดเหล่านี้อาจจะสะเทือนใจบ้าง แต่ถ้าเรารู้แบบนี้ตั้งแต่แรก เราคงไม่ทุ่มแรงกายแรงใจลงไปมากแบบนี้ เรายังเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ (คิดว่ายังพอมีประโยชน์)

วันนี้แม้ได้อะไรตอบแทน...เราก็ยังคงทำต่อไป เพราะมันเป็นพื้นที่ที่เราจะสื่อสารโดยอิสระเพียงแค่นี้
ตอนนี้เวปกำลังอยู่ระหว่างการติดตั้งใหม่อีกครั้ง (เนื่องจากเปลี่ยนจากเวปสำเร็จรูปมาเป็น joomla)



2010-07-15

บันทึกปักษ์ใต้ ...วันเวลาที่ผ่านเลย แต่เรื่องราวไม่เคยผ่านพ้น

ชีวิตมีช่วงเวลาของมัน ช่วงเวลาที่ทำได้และทำไม่ได้ หากมีโอกาสในการกระทำสิ่งใดก็จงฉกฉวยเวลานั้นไว้ อย่าให้ผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ...จงทำในสิ่งที่ปรารถนา แม้จะไม่ได้อะไรกลับคืนมาหรือบางทีจะทำให้เสียใจก็ตาม อย่าลังเล คิดเพียงว่า...จงเดินตามสิ่งที่เชื่อ เดินตามสิ่งที่ท้าทาย เดินตามเสียงหัวใจ โลกนี้มีอะไรมากมาย เพียงว่าเลือกที่จะทำหรือไม่

นอกจากเรื่องราวอืนในชีวิต การทำงานกลายเป็นส่วนสำคัญไม่น้อย ที่ผ่านมาการได้มีโอกาสที่ดีในการทำงานกับชุมชนประมงพื้นบ้านภาคใต้ แม้จะเป็นแค่ฐานะคนทำงานสื่อ ทำเนื้อหาข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรชายฝั่งและทะเล ซึ่งมีหน้าที่นำเสนอปัญหา ผลกระทบที่เกิดขึ้น การให้ความรู้กับชุมชน ทว่าในระหว่างที่ทำงานทำให้ได้พบเห็นอะไรที่แตกต่าง ได้พบความงดงามเล็กน้อยที่ต้องใส่ใจมอง และรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ที่ต่างกันทางสังคม การดำรงอยู่แบบชนบท เรื่องราวที่ได้พบเห็นอาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคนเมืองมันมีอะไรมากกว่านั้น ซึ่งงานเอ็นจีโอได้สร้างประสบการณ์ชีวิตต่างไปจากการทำงานใดๆ เพียงเพราะว่าได้รับรู้ถึงความจริงที่ไม่เคยรู้จัก

ภาคใต้...ตรัง สตูล พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่การทำงานในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่ปี แม้ว่าภาษาใต้จะฟังยาก แต่ก็ไม่เคยที่ไม่ตั้งใจฟัง แม้บางครั้งฟังแล้วจะไม่เข้าใจก็ตาม แต่มันก็คือภาษาที่อยากจะฟังมากที่สุดในระหว่างที่ลงพื้นที่ทำงาน

การได้ลงไปทำงานกับชุมชน การทำงานกับชาวบ้านเป็นความประทับใจที่ดีเสมอ ด้วยความที่เป็นคนเมืองการได้มีโอกาสทำงานกับชุมชนถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าเสมอ อย่างน้อยคนเมืองก็ได้เรียนรู้ความเป็นชนบทด้วยตัวเอง ได้สัมผัสความงดงามของวิถีชีวิตแต่ละท้องถิ่น ซึ่งมันมีเรื่องราวมากมายให้จดจำ ได้เรียนรู้ในมิตรภาพของคนชนบท ได้สัมผัสรสชาติอาหารท้องถิ่นอย่างอิ่มอร่อย และก็มีรายละเอียดมากมายที่เล่าไม่จบ ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องเล็กๆ ที่งดงามจากการทำงานที่ผ่านมา...แม้เพียงชัวคราวก็นับว่าสำคัญ

วันนี้ได้กลับมายืนในเมืองเช่นเดิมไม่ได้เข้าไปมีส่วนในกิจกรรมใดๆ อีกต่อไป แต่ก็รู้ว่าทุกอย่างย่อมดำเนินต่อไปอย่างที่เคยเป็น เปลี่ยนไปหรือเหมือนเดิม ทว่าทุกสิ่งอย่างย่อมเป็นไปอย่างที่ควรเป็น

แม้ว่าจะออกจากเส้นทางการทำงานกับชุมชน ในฐานะที่ยังคงเป็นคนทำงานสื่อก็จะพยายามเรียบเรียง ร้อยเรื่องราวออกมาสื่อสารเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็เชื่อว่าสิ่งที่ได้รับมาและได้เล่าออกไปจะทำให้คนบางคนในสังคมได้อ่านเรื่องราวของพวกเขาบ้าง ซึ่งเรื่องราวของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านยังคงอยู่ในความคิดและยังคงอยู่ต่อไป มีเรื่องราวมากมายที่ยังไม่ได้เขียนถึง เราเชื่อว่ายังมีคนบางคนอยากที่จะรับรู้เรื่องราวอยู่บ้าง...คนหนึ่งอาจรู้สึกได้ถึงคนอยู่ห่างไกล แม้ว่าจะต่างสังคม ต่างสถานะ ต่างเรื่องราว...ดังนั้นคำบอกเล่าจะถูกกล่าวถึงโดยคนเล่าเรื่อง

วันนี้แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนำพาไปสู่แนวทางอื่น ในขณะที่พบว่าความทรงจำที่ไร้ตัวตนทำให้เราข้ามผ่าน แต่ระหว่างเวลาที่ผ่านพ้นมักทำให้บางสิ่งบางอย่างของชีวิตตกหล่น แต่สิ่งนั้นไม่เคยห่างหายจากไป เรายังคงจดจำสิ่งที่หล่นหายไป...แม้จะเดินออกมาจากพื้นที่ที่เคยยืน แต่วันนี้ก็ยังคงติดตามเรื่องที่นั่นอยู่เสมอ

คืนวันในวันเวลาชวนให้คิดถึง ในความคิดถึงนั้นมักหม่นเศร้าเสมอ...แม้ว่าจะมีห้วงเวลาที่ดีหรือเลวร้ายก็ตาม

ความรู้สึกครั้งนี้ทำให้นึกถึงบางประโยคในหนังสือเรื่องเหมืองแร่ของอาจินต์ ปัญจพรรค์ ที่เขียนไว้ว่า...เรามีจิตใจแบ่งภาคไว้ให้แก่ความทรงจำ เราผูกอดีตติดไว้กับสถานที่ต่างๆ เป็นแห่งๆ แล้วแต่ว่าแห่งใดจะฝังใจมากหรือน้อย


2010-05-06

เจ็บปวด เช่นม่านฝนที่มองอะไรไม่เห็น


วันที่สิ้นศรัทธาในสิ่งที่มีอยู่...คนหนึ่งคนที่กำลังหันหลังให้กับวิถีชีวิตเดิมๆ หันหลังให้กับความเชื่อในบางอย่าง ศรัทธาในบางสิ่ง เดินหน้าเพื่อที่จะจากลา เดินหน้าที่จะหาคำตอบใหม่กับคำถามเก่าๆ
เจ็บปวดเหมือนม่านฝนที่มองอะไรไม่เห็น...ในความว่างเปล่า เดียวดาย
อย่าเจ็บปวด จากสิ่งที่ได้ยิน จากสิ่งที่ได้เห็น เพราะมันคือมุมของมนุษย์ที่เราต้องข้ามให้พ้น
อย่าพร่ำบ่น หากทุกดำรงอยู่และยังคงเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรเลยจริงๆ

2010-04-27

ซับซ้อนในโลกแห่งจักรวาล


โลกซับซ้อนในกลไกที่เอื้อและพึ่งพาระหว่างสิ่งที่โยงใยสัมพันธ์กัน... ดิน น้ำ ป่า เป็นวงจรในคำว่า ระบบนิเวศน์ นัยยะแห่งความสัมพันธ์เช่นนี้ เมื่อกระทำสิ่งใดลงไป ย่อมกระทบกับสิ่งหนึ่ง เหมือนคำโปรยที่ว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว...

ความเปลี่ยนแปลงเพียงน้อยนิดในชั้นบรรยากาศส่งผลให้ลมฟ้าอากาศแปรปรวน องค์ประกอบหลักของลมฟ้าอากาศมีเพียงอากาศและความร้อนจากดวงอาทิตย์ แต่ปัจจัยอื่นๆ ช่วยเพิ่มความซับซ้อน พลังงานจากดวงอาทิตย์บางส่วนจะถูกเมฆสะท้อนออกไป ขณะที่บางส่วนให้ความร้อนแก่แผ่นดินและผืนสมุทร

ในเขตร้อนอากาศจะอบอุ่นและมีความหนาแน่นลดลงจนลอยตัวสูงขึ้นและมุ่งหน้าไปยังขั้วโลก แต่ค่อยๆ เย็นลงในระหว่างทางความชื้นจับตัวเป็นเมฆและกลั่นตัวเป็นหยาดน้ำฟ้า การหมุนรอบตัวเองของโลกทำให้กระแสอากาศเบี่ยงเบนไปทางขวาในซีกโลกเหนือและเบี่ยงเบนไปทางซีกซ้ายในขั้วโลกใต้ กระแสน้ำมหาสมุทรและกระแสลมกรดจากระดับความสูงที่สูงมาก ซึ่งเคลื่อนตัวคดเคี้ยวไปทั่วโลกด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 300 เมตรต่อชั่วโมง ล้วนมีผลต่อรูปแบบการหมุนเวียนของอากาศทั่วโลก ซึ่งเมื่อผนวกกับตัวแปรในท้องถิ่น เช่น อุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศจะกลายเป็นลมฟ้าอากาศที่เราสัมผัสได้ด้วยตัวเองหรือสังเกตได้จากชนิดของเมฆ

แม้เราเข้าใจลักษณะทางฟิสิกส์ของลมฟ้าอากาศมานานหลายสิบหรือหลายร้อยปีแล้ว แต่รูปแบบการผสมผสานสารพัดและตัวแปรสารพันทำให้ลมฟ้าอากาศเปรียบได้กับเมฆคิวมูรัส (cumulus หมายถึง ลักษณะเป็นกองสุม) ที่แผ่ตัวเต็มท้องฟ้าในฤดูร้อน แม้จะดูไม่มีอะไรซับซ้อน แต่เมฆแต่ละก้อนกลับมีวิถีเฉพาะตัวที่น่าประหลาดใจและไร้กฎเกณฑ์ เราเห็นลักษณะเมฆทีต่างในรูปแบบต่างๆ มากมาย ท้องฟ้าเดิมแต่ไม่เหมือนกันสักวันเพราะกลุ่มก้อนเมฆที่เกิดขึ้นในช่วงวันเวลาและฤดูกาล

หากมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง เราย่อมรู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ในทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า สภาพภูมิอากาศโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงจะส่งผลกระทบอย่างยิ่งใหญ่หลวงต่อความถี่และความรุนแรงของโลก ผนวกกับสภาวะเรือนกระจกจนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นปีละ 0.6 องศาเซลเซียส และกลายเป็นวัฏจักรระบบงูกินหางในที่สุด...จากต้นสายถึงปลายเหตุ และจากปลายเหตุย้อนกลับไปที่ต้นสาย

โลกกำลังแปรไปเช่นนี้...ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไปตามวิถีทาง ในมุมหนึ่งของโลกได้พบเห็นเรื่องราวเหล่านี้ สิ่งที่อยู่รอบตัว หากเงยหน้ามองฟ้าในระดับตั้งฉาก 40-60- 80- 180- 360 องศา เราจะพบความงามที่ต่างกัน แม้ว่าภาพนั้นเป็นของเรื่องราวเดียวกันก็ตาม

ภาพจาก thewallpapers.org , layoutsparks.com

2010-02-19

พะยูนใกล้สูญพันธุ์ พบซากพะยูนอย่างต่อเนื่อง

พะยูนเป็นเรื่องที่ต้องกล่าวถึงในสถานะใกล้สูญพันธุ์ และในขณะนี้ยังพบซากพะยูนก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และร่อยรอยบาดแผลที่พบชี้ให้เห็นว่า เครื่องมือประมงบางชนิดที่เป็นอันตรายต่อพะยูน เช่น โป๊ะ หรืออวนลอยปลากระเบน เบ็ดราไว (เบ็ดราไวไม่ถูกกำหนดว่าผิดกฎหมาย แต่ลักษณะการใช้งานเป็นอันตรายต่อพะยูนและเต่าทะเล) ซึ่งนับเป็นเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ส่งผลให้พะยูน เต่าทะเล หรือแม้แต่สัตว์น้ำตัวเล็กๆ เข้าไปติดกันเป็นจำนวนมาก

เมื่อเราต้องการจะอนุรักษ์และรักษาพะยูนจำเป็นจะต้องแก้ปัญหาการใช้เครื่องมือประมงเหล่านี้ให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้น การอนุรักษ์พะยูนก็จะไม่สำเร็จผล และยังคงมีข่าวคราวการตายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

พะยูน คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ของการใช้เครื่องมือทำประมงที่ผิดกฎหมายและจากขบวนการลักลอบจับพะยูน ทางชุมชนประมงยืนยันว่ามีพะยูนถูกล่ามากกว่า 20 ตัว ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และยังพบเห็นกลุ่มชาวประมงแปลกหน้าเข้ามาทำการประมงในเขตพื้นที่แหล่งหญ้าทะเลของเกาะลิบง มีการลักลอบใช้เครื่องมือเบ็ดปลากระเบน ซึ่งเป็นเครื่องมือประมงที่มุ่งสังหารพะยูนมากกว่าการทำประมงทั่วไป

ที่ผ่านมาชุมชนประมงไม่สามารถประสานเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปควบคุมได้ เนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมากแต่ไม่มีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารจัดการ บางครั้งชาวประมงจะนำซากพะยูนไปส่งหน่วยงานของรัฐ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ของอีกหน่วยงานจับกุมระหว่างการนำส่ง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นปัญหาที่ชุมชนไม่อยากให้ความร่วมมือกับภาครัฐเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม แม้จะมียุทธศาสตร์เพื่อพะยูน แต่ทว่าการจัดการหรือปราบปรามอย่างเข้มแข็งก็คงจะไม่มีประโยชน์ เพราะปัญหาที่สาเหตุใด ซากพะยูนที่ได้พบเห็นก็ได้บอกให้เห็นแจ้งอยู่แก่ใจ