
ความเสี่ยงจากปัจจัยทางกายภาพและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งบริเวณอ่าวไทย
ลักษณะทางกายภาพในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงระดับทางดิ่งของพื้นที่ราบชายฝั่งที่เทียบในเชิงสัมพัทธ์กับระดับของผิวหน้าทะเลซึ่งจะเป็นปัจจัยคุกคามที่สำคัญของพื้นที่จะขึ้นกับทั้งปัจจัยทางสมุทรศาสตร์และธรณีวิทยา แต่ปัจจัยเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงในอัตราที่ช้ากว่า
• ระดับทะเลทั้งระดับทะเลปานกลางและความแปรปรวนของระดับทะเลตามฤดูกาลหรือการเปลี่ยนแปลงระยะสั้นเนื่องจากปัจจัยทางภูมิอากาศ
• ระดับของชั้นตะกอนตื้นและปัจจัยทางธรณีวิทยา อุทกวิทยา สมุทรศาสตร์และนิเวศวิทยาที่กำหนดเสถียรภาพและสมดุลย์ของแรงที่กระทำต่อชั้นตะกอน
• ระดับของชั้นทรายและปัจจัยทางอุทกธรณีของชั้นน้ำบาดาล
• ระดับของชั้นหินเปลือกโลกและกระบวนการทางธรณีฟิสิกส์และเทคโทนิคที่เกี่ยวข้อง
ปัจจัยทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ทางดิ่งในระยะยาวได้แก่การทรุดตัวของชั้นทรายแข็ง ซึ่งในปัจจุบันใช้เป็นฐานรากของอาคารและสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เกือบทั้งหมด โดยปัจจัยที่เป็นตัวควบคุมอัตราการทรุดตัวของชั้นทรายที่สำคัญได้แก่การใช้น้ำบาดาลจากชั้นน้ำที่มีความลึกมากกว่า 50 เมตร (โดยประมาณ) เป็นต้นไป
การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกซึ่งเป็นชั้นหินแข็งที่รองรับพื้นที่อยู่ด้านล่าง โดยเปลือกโลกนี้จะมีความสัมพันธ์กับประบวนการทางธรณีฟิสิกส์ในระดับภูมิภาค
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตเป็นปัญหาที่มีสาเหตุพื้นฐานมาจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพในภาพกว้าง แต่การพัฒนาต่างๆ ก็มีส่วนเสริมให้ความเสี่ยงและความเปราะบางเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งวาระเหล่านี้เป็นวาระที่เกิดขึ้นจริง การดำเนินการเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้จึงต้องเป็นการดำเนินการในระดับมหภาค ซึ่งอาจจะเทียบได้กับการตัดสินใจและดำเนินการเพื่อตั้งกรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง
การใช้ที่ดิน สาเหตุของการสูญเสียที่ดินตามแนวชายฝั่งอ่าวไทยด้านใต้ของกรุงเทพฯ เกิดจากการทวีความรุนแรงของคลื่นกัดเซาะอันเกิดจากกาเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ดินชายฝั่งจากพื้นที่ป่าโกงกางอันหนาแน่นอุดมสมบูรณ์เป็นนากุ้ง
สาเหตุของการกัดเซาะชายฝั่ง ชายฝั่งทะเลจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในรูปของการกัดเซาะ และการตกตะกอน อันเนื่องมาจากการ เคลื่อนตัวของตะกอน ณ จุดหนึ่ง ๆ บนชายฝั่ง หากตะกอนเคลื่อนตัวเข้าน้อยกว่าออก จะทำให้เกิดการกัดเซาะ
การสร้างถนน ทางรถไฟ บ้านเรือน และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ขนานกับชายฝั่งก็เป็นสาเหตุทําให้ตะกอนบนบกไม่สามารถเคลื่อนตัวลงสู่ชายหาดได้ และทําให้ปริมาณรวมของตะกอนชายหาดลดลง ตะกอนที่มีอยู่เดิมถูกพัดพาไปทางท้ายน้ำ นอกจากนี้ การขุดกะซ้าหอยออกจากชายหาดเพื่อการค้า (ใช้ประดับตู้ปลาสวยงาม)ที่บ้านบางแก้ว จังหวัดเพชรบุรี ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทําให้มวลรวมของตะกอนชายหาดลดลง
สาเหตุเกิดจากการสร้างเขื่อนสำคัญ ได้แก่ เขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพล หลัง 40 ปีที่ผ่านมาพบการงอกของแผ่นดินปลายแม่น้ำเหลือ 4.5 เมตรต่อปี จากเดิมที่มีการงอก 60 เมตรต่อปี (สภาพพื้นที่อ่าวไทยตอนบนมีแม่น้ำสำคัญ 4 สาย ลงสู่ทะเล ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง บางปะกง เจ้าพระยา และท่าจีน) นอกจากนี้ยังมีปัญหาแผ่นดินทรุด มีสาเหตุมาจากการใช้น้ำบาดาล เป็นผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกว่าแผ่นดิน ที่เรียกว่าระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ เป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
สภาพอากาศ ความแปรปรวนของสภาพอากาศจะสามารถถูกฟื้นฟูด้วยตะกอนที่จะไหลมาชดเชยตามธรรมชาติในระยะยาว แต่เนื่องจากสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจึงทำให้การชดเชยดังกล่าวไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่องอย่างที่ควรจะเป็นและอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งอย่างถาวร
ลมมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้นจะทำให้ระดับน้ำบริเวณชายฝั่งมีความแปรปรวนตามฤดูกาลเพิ่มมากขึ้นกว่าการเพิ่มของระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเนื่องมาจากปริมาตรน้ำในมหาสมุทรโลก ดังนั้นผลกระทบจากระดับน้ำทะเลในช่วงที่ลมมรสุมพัดเข้าหาชายฝั่งจึงจะมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่งและการรุกของน้ำเค็มเข้าไปในแหล่งน้ำจืดบริเวณชายฝั่ง