4.8.52

ทะเลสาบสงขลา ลุ่มน้ำอันกว้างใหญ่ แห่งวิถีชีวิต วัฒนธรรม ชุมชน

ทะเลสาบสงขลาเป็นลุ่มน้ำที่เชื่อมต่อกับชุมชนจังหวัดพัทลุงและจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งนับว่าทะเลสาบ ลุ่มน้ำแห่งนี้เป็นจุดแลกเปลี่ยนการค้าชุมชนที่สำคัญ พื้นที่ของใครมีอะไรขายแลกเปลี่ยนกัน เช่น ข้าว ปลา อาหารทะเล สินค้าพืชผลต่างๆ หรือแม้กระทั่งผ้า เครืองจักสานต่างๆ ที่มีการผลิตการใช้ที่แตกต่างกัน

ะเลสาบสงขลาผืนน้ำกว้างใหญ่เล่าริมฝั่งน้ำได้ด้วยภาพวิถีชีวิต เรื่องริมน้ำนั้นย่อมผ่านประวัติศาสตร์เมือง ชุมชนริมทะเลสาบมีเรื่องราวมากมายให้ค้นหา วันนี้บ้านเรือนริมทะเลสาบสงขลายังงดงาม แม้บางหลังคาเรือนจะถูกปล่อยร้างจนผุพังก็ตาม แต่เราก็ยังได้เห็นรายละเอียดของบ้านเรือนในอดีตได้ไม่ตกหล่น บ้านเรือนแต่ละหลังบ่งบอกให้รู้ได้ว่า ที่นี้เคยเป็นทำเลค้าขายสำคัญของคนในแถบลุ่มน้ำทะเลสาบ ความมั่งคั่งทางการค้าและชุมชนที่นี่เคยรุ่งเรืองมาก่อน

ตลอดถนนสายเล็กๆ ที่ลัดเลาะไปตามชุมชนริมทะเลสาบชวนให้เพลิดเพลินไม่น้อย ภาพหนึ่งด้านเป็นสวน อีกด้านเป็นผืนน้า แหล่งอาหารสำคัญ และเราก็ยังได้ชมวิถีชาวประมง เห็นเครื่องมือประมงและการดำเนินชีวิตของคนที่นี่ บริเวณเกาะยอ

นอกจากวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบทะเลสาบสงขลา จนถึงทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ที่น่าสนใจแล้ว พื้นที่ของลุ่มน้ำตั้งแต่ป่าต้นน้ำ ที่ราบ ปากแม่น้ำลำคลอง ทะเลสาบ และพื้นชายฝั่งทะเล ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ ต่างก็เกื้อกูลต่อวิถีชีวิตของชุมชนกลุ่มต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยฐานทรัพยากรที่มีความหลากหลายนี้ เป็นจุดเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในเชิงวัฒนธรรม ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำหนึ่งของภาคใต้ ทางชายฝั่งตะวันออก ในพื้นที่ 9,807 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช พื้นดิน 8,761 ตารางกิโลเมตร และพื้นน้ำ 1,046 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนของทะเลสาบ ต้นน้ำอยู่ทางตะวันตก (เป็นเทือกเขาบรรทัด) มีสายลำคลองเล็กใหญ่ไหลลงสู่ทะเลสาบ

ความที่เป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่ของประเทศ ระบบนิเวศน์ ความอุดมสมบูรณ์ที่มาพร้อมกับสายน้ำจากต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด ที่ผ่านมา พบโลมาอิรวดีในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตายไปแล้ว 17 ตัว จากข้อมูลของ "ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง" พบว่าโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาอยู่ในภาวะ "ใกล้สูญพันธุ์" และพบเพียง 20-25 ตัว โดยมีอัตราการเกิดประมาณปีละ 4 ตัว และตายปีละ 4 ตัว หากสภาพของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอยู่ในภาวะวิกฤติและมีแนวโน้มโลมาทำให้โลมาอิรวดี และโลมาหัวบาตร อาจจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยภายใน 5 ปี

ปัจจุบันปัจจุบันลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเสื่อมโทรมเนื่องมาจากหลายสาเหตุ และส่งผลกระทบ ตั้งแต่คนต้นน้ำจนถึงคนปลายน้ำ ดังนั้นมีเกิดผลกระทบขึ้นกับคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาจุดใดจุดหนึ่งจึงส่งผลกระทบต่อเนื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่ผ่านมามีการพูดคุยประเด็นความเสื่อมโทรมของทะเลสาบมานานมาก และมาถึงวันนี้เรายังคงต้องพูดกันต่อไปจากสภาพลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่เสื่อมโทรม อย่างไรก็ตามการ "ฟื้นฟูลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา" และวิถีของผู้คนรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน พร้อมปรับปรุงระบบนิเวศในพื้นที่ให้ได้ระดับที่ดีกว่าเดิม เพราะนี่คือแหล่งความมั่นคงทางอาหารของคนลุ่มน้ำเลสาบ ที่กำหนดวิถีการดำรงชีพแบบดั้งเดิม
บทความจาก http://www.ngosthailand.com/