19.1.53

จากทรายมาเป็นเลน วิกฤตสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล

การหายไปของพื้นที่ชายฝั่งที่ละนิดทีละน้อย น้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นที่ส่งผลให้การกัดเซาะชายฝั่งยิ่งทวีความรุนแรง สถานการณ์เช่นนี้ได้ปรากฏขึ้นทั่วโลก และในประเทศไทยเองปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งนับวันยิ่งรุนแรง ขณะเดียวกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อชุมชนชายฝั่งตลอดแนวอ่าวไทยและอันดามัน แนวชายฝั่งทะเลของประเทศไทยบริเวณอ่าวไทยประมาณ 2,000 ตารางกิโลเมตร และชายฝั่งทะเลอันดามัน 1,000 ตารางกิโลเมตร ช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาถูกกัดเซาะหายเพิ่มขึ้นหรือหายไปกว่า 2,000 ไร่

เรามองเห็นถึงปัญหา แต่ว่าเรายากที่จะหาทางออก จำนวนประชากรริมฝั่งทั้งหมดได้รับผลกระทบทุกวัน ทุกปี และมีการอพยพย้ายถิ่นฐานไปแล้วบางพื้นที่ แต่ก็มีกลุ่มคนจำนวนมากที่ไม่สามารถจะเคลื่อนย้ายเพื่อหาพื้นที่ใหม่ได้ นี่คือปัญหาอนาคตอันใกล้ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าเวลานี้เรากลับทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการสร้างเขื่อนกั้นคลื่น เพียงเพื่อไม่ให้ชายฝั่งหายไป แต่การปัญหาเช่นนี้ก็นำไปสู่ปัญหาอันยิ่งใหญ่กว่า เมื่อระบบนิเวศน์ชายฝั่งเปลี่ยนแปลงและสภาพสิ่งแวดล้อมหายไป

ความเปลี่ยนแปลงได้ปรากฏขึ้นแล้ว ความเปลี่ยนแปลงทีค่อยๆ เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยและแนวชายฝั่งอันดามัน ความเปลี่ยนแปลงจากหาดทรายเป็นหาดเลน จากสภาพเช่นนี้ย่อมจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ชายฝั่งทั้งหมด หากเป็นเช่นนี้ต่อไปทุกอย่างที่อยู่บริเวณชายฝั่งต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อความอยู่รอด แม้กระทั่งชาวประมงริมฝั่งที่พึ่งพาทรัพยากรชายฝั่งและทะเล

สภาพชายฝั่งที่เปลี่ยนแปลงเช่นนี้มาจากการกัดเซาะชายฝั่งที่รุนแรงและจากการสร้างเขื่อนกั้นคลื่นตลอดแนวชายฝั่ง จากลักษณะเช่นนี้ส่งผลต่อสภาพชายฝั่งและย่อมทำให้สภาพแวดล้อมต้องตกในสภาวะวิกฤติการณ์ที่รุนแรง ซึ่งส่งผลให้วิถีชีวิตและชุมชนจะต้องปรับตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ในอนาคตอันใกล้

ขณะที่ตะกอนเลนเริ่มทับถมมากขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มทวีคูณทุกวัน ค่อยๆสร้างปัญหาทำให้ชายฝั่งตื้นเขินไม่สามารถออกเรือ ทำมาหากินได้ และเมื่อมีการทับถมนานมากขึ้นสภาพตะกอนเลนก็จะกลายเป็นดินเลนที่จะแข็งตัวมากขึ้นเรื่อยๆ การออกเรือยิ่งยากลำบาก ยิ่งไปกว่านั้นที่ลักษณะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจากเดิมย่อมส่งผลต่อรูปแบบวิถีชีวิตชุมชน และชายหาดหายไปจนกลายสภาพเป็นป่าชายเลนที่เพิ่มมากขึ้นในเวลานี้

เราไม่อาจจะคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดผลกระทบรุนแรงแค่ไหนต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง แต่เราพอจะคาดการณ์ได้ว่าชุมชนไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงและจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ต่อชุมชนนั้นๆ วันนี้หลายชุมชนชายฝั่งต่างตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่รอเพียงว่าจะมีแนวทางใดบ้างที่จะช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้ให้ลดน้อยลง แม้ว่าจะแก้ไขไม่ได้ทั้งหมด

วันนี้วิกฤตสิ่งแวดล้อมต้องอาศัยความรู้นำทางแก้ปัญหา มันจำเป็นอย่างยิ่ง บางทีปัญหายิ่งรุนแรงมากขึ้นจากความไม่รู้จริง และโลกอนาคตในกระบวนวิธีคิดนั้นสำคัญโดยที่เราต้องมีความรู้และสร้างความรู้ให้เกิดขึ้น เพื่อที่จะนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน วันนี้สิ่งแวดล้อมของโลกทุกมุมโลกกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นักอนุรักษ์ยังมีความหวังว่า เรายังพอมีเวลาที่จะชะลอปัญหาได้ แต่เราต้องให้ความสำคัญกับความรู้ เพื่อจะแก้ไขข้อผิดพลาดที่ผ่านมา และเตรียมพร้อมกับปัญหาที่รออยู่เบื้องหน้า