4.8.59

แผ่นดินอนาคต ร้าวราน ร้อนแล้ง


เมื่อดินเปลี่ยนสภาพที่อุดมสมบูรณ์กลายเป็นดินที่ยากต่อการทำเกษตรกรรม  มันเป็นปัญหาอนาคตอันใกล้ที่มีผลทำให้รูปแบบการผลิตทางเกษตรกรรมต้องแสวงหาวิธีการต่างๆ ในการปลูกพืชโดยการพัฒนาเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหามากขึ้น  เพื่อการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ของความปรวนแปรจากสภาพภูมิอากาศและภัยทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น 
เมื่อการทำเกษตรกรรมเริ่มวิกฤต เพื่อความมั่นคงทางอาหารจำเป็นต้องเดินหน้าพัฒนาระบบรูปแบบการผลิตอาหาร เพื่อให้ได้ผลผลิตควรจะได้มากท่ามกลางปัญหาด้านการเกษตรกรรมที่เกิดขึ้น  เพื่อการบริโภคจำนวนมหาศาลจำเป็นต้องให้เพียงพอต่อความต้องการของประชากรโลก
แผ่นดินเริ่มสู่สภาวะวิกฤตมากขึ้นจากปัจจัยมากมาย นอกจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ผลพ่วงจากปรากฏการณ์เอลนีโญก็ยิ่งซ้ำให้ภาวะของการดำรงชีพยากยิ่งขึ้นไปอีก  ปี 2016 เอลนีโญส่งผลกระทบรุนแรงกว่าที่ผ่านมา ร้อนแล้งอย่างที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ความแห้งแล้งที่รุนแรงส่งผลกระทบทั่วโลก  ซึ่งภาคเกษตรกรรมจะเข้าสู่ความเลวร้ายและส่งผลกระทบโดยตรงกับภาคเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมมากถึง 84% 

ปัจจุบันสัดส่วนของพื้นที่บนโลกในเวลานี้  พื้นที่ทำการเกษตรกรรมก็ลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกันจากการใช้ที่ดินเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่แผ่นดินหลายส่วนบนโลกเสื่อมโทรมและแล้งจนกลายเป็นทะเลทราย สภาพแผ่นดินเช่นนี้ไม่อาจจะพึ่งพาอาศัยได้อีกต่อไป  ความแห้งแล้งที่ยาวนานยิ่งทำให้การผลิตทางการเกษตรเสียหายอย่างหนักและสภาพดินก็เสื่อมโทรมจนไม่สามารถทำการผลิตอีกต่อไปได้
นักวิจัยและเกษตรกรทั่วโลกพบว่า แม้แต่ดินที่เสียหายก็สามารถฟื้นฟูได้ และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฟื้นฟูดินให้กลับมาทำการเพาะปลูกให้ได้ ทุกวันนี้ประชากรจำนวนหกพันล้านคนแต่มีพื้นที่เพาะปลูกเพียงร้อยละ 11 ของพื้นผิวโลก ปี 2030 โลกจะมีประชากรราว 8,700 ล้านคน จำเป็นจะต้องมีพื้นที่ปลูกข้าวมากกว่าปัจจุบันมากถึงร้อยละ 30 ขณะเดียวกันพื้นที่การปลูกข้าวก็อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นพื้นที่เสี่ยงในการประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติจากอุณหภูมิและปริมาณฝน

สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงนับเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลก ความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศทำให้การผลิตลงอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความกังวลต่อสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนสภาพไป  ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทำให้ยากต่อการคาดการณ์และยากต่อการวางแผนการผลิตในภาคส่วนของเกษตรกรรม  เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่ออุณหภูมิและปริมาณน้ำฝน  

ข้อมูลจากงานศึกษาผลกระทบและความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงของประเทศในกลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง คาดว่า ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่างอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 4-6 องศาเซลเซียสภายในปี พ.ศ.2593 เมื่ออุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชอุตสาหกรรมและพืชอาหารในภูมิภาคแห่งนี้อย่างมาก ได้แก่ ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศไทย และประเทศเวียดนาม ซึ่งประชากรลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง 60 ล้านคน ราว ๆ ร้อยละ 70 ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร ชาวนาและชาวประมง  นอกจากนี้ลักษณะทางภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งในหลายพื้นที่จึงทำให้ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงครั้งนี้

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงจากสภาพภูมิอากาศ และจากการเสื่อมโทรมของสภาพสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ป่า ระบบนิเวศที่เป็นองค์ประกอบของความอุดมสมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน ไม่วิธีการใดก็วิธีการหนึ่ง หรือแม้กระทั่งมนุษย์เองก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตตนเอง เพื่อการปรับตัวและการรับมือกับอนาคตอันใกล้ ด้วยการลดการบริโภคและเร่งมือในการแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่ การดำรงอยู่ของวิถีชีวิตมนุษย์ ความมั่นคงทางอาหาร คือสิ่งสำคัญและแผ่นดินก็เป็นหัวใจของการดำรงอยู่ โดยจะต้องมีองค์ประกอบที่ทำให้ดินมีคุณภาพฐานะแหล่งผลิตอาหารสำคัญสำหรับการบริโภค 

ในช่วงระยะเวลานับทศวรรษที่ผ่านมา แผ่นดินกลายเป็นพื้นที่แห้งแล้งอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ จากการใช้ที่ดินอย่างไม่ประนีประนอม สารเคมีจำนวนมหาศาลถูกนำมาใช้จนดินเสื่อมสภาพ  ประกอบกับภัยแล้งจากปริมาณน้ำตามธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็วจากสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างกระทัน  เราจะมองอนาคตแผ่นดินอย่างไรให้สามารถกลับไปได้ดังเดิม


นี่คือ สถานการณ์แผ่นดินในปัจจุบัน หลายพื้นที่แห้งแล้งจำเป็นจะต้องมีการฟื้นฟูสภาพแผ่นดิน โดยมีการทำงานวิจัยอย่างจริงจังในหลายพื้นที่ เพื่อให้สภาพแวดล้อมกลับมาในทางที่ดีขึ้น แผ่นดินที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการแก้ไข เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปเช่นดังเดิม