21.5.61

ถึงเวลาปรับตัวรับมือสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลจำนวนมากจากนักวิทยาศาสตร์ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้เกิดขึ้นแล้ว และจะส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้น เมื่อสภาพภูมิอากาศโลกได้มาถึงจุดแห่งการเปลี่ยนแปลง เราจะปรับตัวกันอย่างไรในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเช่นนี้ มันเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ก็ไม่อาจจะปฎิเสธ
ความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในทุกปีและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่บนโลก ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายรุนแรงและส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจสังคมอย่างต่อเนื่อง เงินจำนวนมหาศาลถูกนำมาใช้เพื่อการช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ และจะถูกนำไปใช้เพื่อการเตรียมพร้อมอีกมากมาย

ที่ผ่านมา การปรับตัวกลายเป็นแผนนโยบายอนาคตที่หลายประเทศต่างยอมรับและจำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งแนวทางการปรับตัวนั้นก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของประเทศและของลักษณะพื้นที่ที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันความเปราะบางและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศถือเป็นความรับผิดชอบทั้งในระดับประเทศ  ระดับภาค และท้องถิ่น กลุ่มสมาชิก องค์กร ซึ่งจะที่จะผลักดันให้เกิดการดำเนินงานในอนาคตและต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง หลายๆครั้งเวทีการประชุมในระดับโลกได้ดำเนินการและสร้างความเคลื่อนไหวด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
 •          พิธีสารเกียวโต ประเด็นสำคัญได้แก่ การรักษาระดับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับการปล่อยในปี 2533 ในระหว่างปี 2551 – 2555 (ค.ศ. 2008–2012)  โดยมีการดำเนินการผ่านกลไกที่ยืดหยุ่นภายใต้พิธีสารที่จะช่วยให้ประเทศในภาคผนวกที่ 1 (Annex I) สามารถบรรลุเป้าหมายตามพันธะกรณี
•           การประชุม COP 15 ที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ ได้รับทราบ Copenhagen Accord (CA) ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การรับผิดชอบร่วมกันด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ซึ่งแต่ละประเทศสามารถกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกได้โดยอิสระ
•           Cancun Agreements เป็นผลสัมฤทธิ์จากการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 16 และที่ประชุมรัฐภาคีพิธีสารฯ สมัยที่ 6 โดยมีประเด็นด้านการลด ประเมินการปล่อยและดูดซับก๊าซเรือนกระจกของประเทศพัฒนาแล้ว และการให้การสนับสนุนทางการเงิน เทคโนโลยี และการเสริมศักยภาพ ต่อประเทศกำลังพัฒนาในส่วนของประเทศกำลังพัฒนาจะดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกในบริบทการพัฒนาอย่างยั่งยืน
•           อนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ประเด็นสำคัญได้แก่การกำหนดการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดจากทรัพยากรพันธุกรรมแก่ประเทศผู้จัดหาทรัพยากรพันธุกรรม
•           Agreement on Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights  (TRIPS Agreement) โดยประเด็นหนึ่งของข้อตกลง คือให้ประเทศสมาชิกจะต้องให้ความคุ้มครองด้าน พืชสัตว์และทรัพยากรชีวภาพอื่นที่เป็นฐานทรัพยากรของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมพืชเพื่ออาหารและการเกษตร (ITPGR) ประเด็นสำคัญด้านการอนุรักษ์และสร้างความยั่งยืนแก่ทรัพยากรพันธุกรรมพืชที่เป็นอาหารและการเกษตรและการแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ของทรัพยากรนั้นอย่างยุติธรรมและเท่าเทียมเน้นที่พืชนอกถิ่นนอกจากที่ครอบคลุมอนุสัญญา CBD
ปัจจุบันในเวทีการประชุมระดับโลกเรื่องดังกล่าวต่างมีข้อเสนอมากมาย เพื่อให้ทุกประเทศเร่งสร้างร่วมมือกันในการเพิ่มความสามารถและดำเนินการปรับตัวเพื่อวางแผนและเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคมไปทั่วโลก ซึ่งมีการกำหนดแนวทางร่วมกันในการแก้ปัญหาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและได้มีความพยายามที่จะส่งเสริมข้อมูล ความรู้ เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่
·         การปรับปรุงด้านข้อมูลและเกิดการประชุมของกลุ่มประเทศ (COP) ภายใต้กรอบการดำเนินงานข้อตกลงของสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและเพื่อที่จะช่วยในด้านมุมมองด้านวิทยาศาสตร์ สังคมและเศรษฐกิจในด้านผลกระทบ ความเปราะบางและการปรับตัว
·         การเผยแพร่และการใช้ความรู้ในด้านการดำเนินงานในด้านการปรับตัว
·         การเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก องค์กรที่เกี่ยวข้อง ภาคธุรกิจ สังคมและผู้มีส่วนในการตัดสินใจ โดยเพิ่มความสามารถในการจัดการความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
·         การสนับสนุนให้เกิดการดำเนินการด้านการพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยี การเงินและการลงทุนในการสนับสนุนการดำเนินการด้านการลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวและด้านเทคโนโลยี
สำหรับหลักการร่วมกันในระดับโลกยังคงดำเนินต่อไปภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาฯ แต่ในแนวทางเชิงปฏิบัติที่สำคัญในปัจจุบันที่จะทำให้เกิดความต่อเนื่องในอนาคต ได้แก่
·         การเพิ่มความตระหนักด้านผลกระทบและการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับทุกภาคส่วน
·         การดำเนินการด้านการให้ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
·         การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับ กฎหมาย นโยบาย ฯลฯ หรือมีส่วนในกระบวนการตัดสินใจ และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม การประเมินความเสี่ยง ความเปราะบางจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะนำไปสู่แนวทางการเตรียมความพร้อมในการรับมือ การปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสามารถปฎิบัติได้ทันทีทั้งในระดับนโยบาย มาตราการ และการส่งเสริมสนับสนุนความรู้ต่างๆ เพื่อเตรียมตัวรับมือให้มีศักยภาพเพียงพอ เช่น
·         การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
·         การพัฒนาฐานความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
·         การพัฒนาบุคลากรและการให้ความรู้และสร้างความตระหนักต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
·         การพัฒนาเครื่องมือด้านต่างๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
·         การสร้างความสามารถในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
·         ความมั่นคงทางด้านอาหารจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
·         การศึกษาด้านความเสี่ยงด้านต่างๆ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การปรับตัวจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ เป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ล้วนมีปัจจัยต่างๆ มากมาย ซึ่งจำเป็นที่จะต้องดำเนินการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ ระหว่างชุมชน ท้องถิ่น และการตระหนักรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในอนาคตข้างหน้า อนาคตเป็นเช่นไรขึ้นอยู่กับศักยภาพในการรับมือ ...ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่อาจคาดการณ์ได้เลย


ภาพจากhttp://globalwarmse.blogspot.com